Fiction

+ [Fic]Lovely Night +

posted on 19 Feb 2007 22:13 by eponz  in Fiction

โอ้วมายฟิคชั่นนน

แต่งเสร็จภายในแป๊บเดียว แต่เสียเวลาพิมพ์นาน อ่านลายมือตัวเองไม่ออก หึหึ

เรื่องนี้แต่งได้เพราะความเสี้ยน โมโหไอ้พวกที่ก่อกวนทึกกี้ที่น่ารักเลยแต่งประชดมันซะเลย 555+

ใครอ่านแล้วน้ำตาลไม่ขึ้นให้มันรู้ไป

ส่วนชื่อเรื่อง สิ้นคิด คิดไม่ออกเว้ยย เอานี่ละกัน โฮ่ๆๆ

ไปอ่านกันดีกว่า 55+

-----------------------------

Title :: Lovely Night

Author :: ePoNz

Parring :: Kangin*Leeteuk

หลังจากการจัดรายการkiss the radio

'ครืด... ครืด..' เสียงโทรศัพท์รุ่นหรูที่วางคว่ำหน้าไว้กับโต๊ะห้องแต่งตัวสั่นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
"ฮยอง...ฮยอง... ทึกกี้ฮยอง..หลับอยู่รึเปล่าเนี่ย??" ฮยอคแจพูดกับร่างบางที่นั่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ ข้างๆมีกล่องข้าวผัดสุดอร่อยที่ฮันกยองทำมาให้ซึ่งยังไม่พร่องลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
'เฮ้อ.. แม้แต่ข้าวก็ยังไม่ยอมกินเหรอเนี่ย..' ร่างสูงคิดในใจ พลางสะกิดร่างบางเบาๆ
"อืม มีอะไรเหรอฮยอคแจ" ลีทึกเงยหน้าขึ้น ปรากฎให้เห็นถึงโครงหน้าที่สวย ดูงดงามและหวานยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก แต่ตอนนี้กลับมีร่องรอยของการพักผ่อนไม่พอ เหมือนคนอดนอน ดวงตาดูอิดโรย ใบหน้าดูซูบไม่เปล่งประกายอย่างเคย
"โทรศัพท์มาแน่ะ ไม่คิดจะรับซักหน่อยเหรอ" ฮยอคแจพูดพลางยื่นโทรศัพท์ส่งให้ แต่ร่างบางกลับส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ พร้อมกับยิ้มบางๆให้อย่างเคย
"ไม่จำเป็นหรอก.. ก็คงเป็นพวกเดิมอีกนั่นแหละที่โทรมา" เสียงลีทึกตอบอย่างหน่ายๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง...

ใช้แล้ว,, พวกเดิมๆ,, 'Anti-Fans'
ตัวเค้าเองก็เข้าใจอยู่ ว่ามันเป็นเรื่องปกติ การที่มีคนรัก คนนิยม ก็ต้องมีคนเกลียด คนไม่ชอบเป็นธรรมดา

แต่นี่มันชักจะมากเกินไป,,
โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาตลอดวัน ราวกับเป็นเจ้าขององค์กรโทรศัพท์ วันละเป็นพันๆสายที่เค้าไม่ได้รับ โทรกันเข้ามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนี่อย
เพียงเพื่อก่อกวนเค้า กล่าวหาว่าร้ายเค้าต่างๆนาๆ หาว่าเค้าดีแต่ขายหน้าตามั่งล่ะ ใช้เครื่องแต่งเสียงมั่งล่ะ และอะไรทีมันรุนแรงจนเค้าไม่อยากจะนึกถึงอีกมากมาย..
จริงๆตอนแรกมันก็พอทนได้อยู่หรอกนะ แต่พอเป็นอย่างนี้ไปซักพักมันก็เริ่มเกิดเป็นความรำคาญ จนเค้าอยากจะเขวี้ยงโทรศัพไปไกลๆ ให้พ้นๆจากชีวิตเค้าเสียที

แต่เค้าก็ทำอย่างนั้นไม่ได้,,
เพราะเค้าเองก็ยังรอโทรศัพท์ของใครางคนอยู่เช่นกัน..

-----------------------------------------------

"โธ่เว้ย!!.. ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์ซักทีนะ!!" คังอินตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างหัวเสีย.. ขณะต่อสายไปหาอีกคนหนึ่งซึ่งคิดว่าน่าจะอยู่ด้วยกัน
'ทำไมชอบทำตัวให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ' ร่างอวบคิด
แล้วเจ้าตัวจะรู้มั๊ยเนี่ยว่าเค้าเป็นห่วงขนาดไหน โทรไปหลายสิบสาย แต่ผลที่ได้คือไม่มีใครรับเลยซักหน นี่เค้าจะคลั่งตายอยู่แล้วนะ!!

"ฮัลโหล,, ฮยอคแจ นายอยู่กับลีทึกใช่มั๊ย เค้าทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รับโทรศัพท์ แล้วนี่ยังมีไอ้พวกบ้าโทรไปก่อกวนอยู่อีกรึเปล่า?" คังอินรัวคำถามใส่โทรศัพท์เป็นชุดทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย
"โอ๊ย..ฮยอง ใจเย็น เดี๋ยวขาดอากาศตายหรอก พักหายใจมั่งก็ได้" ปลายสายไม่ตอบคำถาม กลับส่งคำพูดที่กวนประสาทคนที่ใกล้จะเป็นโรคประสาทอยู่แล้วมาแทน
"อ้าว..ก็คนมันเป็นห่วงนี่วะ เดี๋ยวปั๊ด.." ร่างอวบกระแทกเสียงใส่
"โอเคฮยองๆ ผมอยู่กับพี่ทึกกี้ แล้วที่พี่เค้าไม่รับโทรศัพท์เพราะพี่เค้าฟุบหลับไปแล้ว แถมยังปิดเสียงโทรศัพท์ไว้อีกตะหาก.. เอ่อแล้วฮยองถามว่าไรอีกนะ ฟังไม่ทัน" ฮยอคแจตอบ พร้อมถามคำถามที่เค้าฟังไม่ทัน
"ช่างเหอะๆ ไม่เป็นไรแล้ว อ้อใช่,, ยังอยู่ที่kbsกันรึเปล่า เดี๋ยวชั้นเอารถไปรับ"
"ผมน่ะไม่เป็นไร เดี๋ยวมีซ้อมเต้นต่ออีกหน่อย แต่ฮยองมารับพี่ทึกเหอะ รายนั้นท่าทางจะกลับบ้านเองไม่ไหวหรอก"
"อืมๆ งั้นฝากดูไว้แปบนึงแล้วกัน ไม่เกิน20นาทีชั้นไปถึง" คังอินบอกก่อนจะวางสาย แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

-----------------------------------------------

นี่เราหลับไปนานแค่ไหนกันนะ? สัมผัสเบาๆ ที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่แก้มเมื่อกี๊ทำให้เค้ารู้สึกตัว
ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้น และบิดขี้เกียจเบาๆ 'นี่เค้าอยู่บนรถนี่นา ไม่น่าทำไมเก้าอี้มันนุ่มจัง..'
พอหันไปข้างๆ ก็พบร่างอวบที่คุ้นเคย กำลังขับรถอยู่

"นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่นา นายจะพาชั้นไปไหนน่ะคังอิน พรุ่งนี้มีงานนะ" ลึทึกถามเมื่อเห็นว่าถนนแถวนี้ช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย
"เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก ผมพาทึกกี้กลับไปทำงานทันน่า" ร่างหนาเอ่ยก่อนจะลูบผมร่างบางเบาๆ
"ตอนนี้ทำใจให้สบายแล้วพักผ่อนดีกว่านะ 2-3วันมานี่ไม่ค่อยได้นอนไม่ใช่เหรอ ถึงได้ฟุบหลับไปขนาดนั้นน่ะ,, ผมเป็นห่วงนะรู้มั๊ย"
สัมผัสแผ่วเบา ที่อบอุ่นทำให้ร่างบางรู้สึกอยากนอนขึ้นมาอีกครั้ง
"อืม.. งั้นชั้นของีบซักพักนะ.. ถึงแล้วปลุกด้วยนะ" ร่างบางบอกก่อนจะค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง

ฝันดีนะครับ... นางฟ้าของผม..

คังอินลูบผมของลีทึกอีกซักครู่ก่อนจะหันกลับไปตั้งสมาธิกับการขับรถต่อ

ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่เค้าไม่สบายใจ ร่างสูงคนนี้ ก็จะคอยดูแลเค้าอยู่เสมอ,,
น้ำเสียงที่อ่อนโยน,, อ้อมแขนที่อบอุ่น,,
มันทำให้เค้ารู้สึกปลอดภัย และสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ๆ,,

คังอิน,,

นายจะอยู่เคียงข้างชั้นแบบนี้ตลอดไปได้มั๊ยนะ??,,,
มันจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปรึเปล่า??,,

-----------------------------------------------

"..กี้.. ทึกกี้... ตื่นได้แล้วครับ.." คังอินกระซิบเบาๆที่หูของร่างบาง
"อ..อืม.. ถึงแล้วเหรอ?" ร่างบางหาวเบาๆ พลางบิดตัวให้ตาสว่าง

ขณะนี้พวกเค้าจอดรถอยู่ที่ริมถนนเงียบๆเส้นหนึ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ราวกับเข้ามาอยู่ในป่าโปร่งๆ

ร่างสูงไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้ม แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ร่างบาง ก่อนจะปิดตาแล้วพาร่างบางไปยังจุดหมายที่แท้จริง
"จะพาชั้นไปไหนอีกล่ะทีนี้" ลีทึกถาม ทว่าคำตอบที่ได้กลับมาก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย..

"เอาล่ะ ถึงแล้ว.." ร่างของคนที่สูงกว่าก็ค่อยๆคลายมือที่ปิดตาร่างบางออกอย่างช้าๆ
ภาพทิวทัศน์ยามค่ำคืน พระจันทร์สีนวลลอยเด่นอยู่กลางพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม แม้ท้องฟ้าจะไม่ค่อยมีดาว แต่แสงไฟหลากสีสันจากเมืองที่เห็นเป็นจุดเล็กๆอยู่ทางด้านล่าง ก็สวยงามอย่างหาคำบรรยายได้ยากเช่นกัน
ยิ่งได้ชมภาพนี้กับร่างสูง ยิ่งทำให้ภาพเหล่านี้เพิ่มพูนความงามได้อย่างน่าประหลาดใจ

"สวยจัง.." ร่างบางพูดกับตัวเองเบาๆ
"ชอบมั๊ยครับ??"คังอินถามขณะสวมกอดร่างบางหลวมๆจากด้านหลัง "น่าเสียดาย คืนนี้ไม่ค่อยมีดาวแฮะ"
"ชอบสิ.. ชอบมากเลยด้วย.." ลิทึกหันไปยิ้มให้ร่างสูง

รอยยิ้ม.. ที่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
นับว่าเป็นครั้งแรกก็ได้มั้ง ตั้งแต่เกิดเรื่องยุ่งๆในช่วงนี้..

"ขอบใจนะคังอิน.. ขอบคุณมากๆที่ช่วยให้ชั้นรู้สึกดีขึ้น" ร่างบางกล่าวก่อนจะซุกไปยังอกอุ่นๆของคนร่างอวบ
"ผมรักทึกนะ" คำบอกรักที่ฟังกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อ คำบอกรักที่ไม่มีวันจืดจาง นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น..
ร่างบางยิ่งซุกหน้าไปกับอ้อมอกแน่นยิ่งขึ้น ก่อนตอบกลับมาเบาๆ

"อืม..ชั้นก็รักนายเหมือนกัน.."
อาจเป็นเพียงคำพูดที่ดาษดื่น ไม่สวยหรู แต่เพียงเท่านี้ก็มีความหมายมากมายสำหรับทั้งสองคนแล้ว..

ร่างสูงค่อยๆช้อนใบหน้าของคนที่อยู่ในอ้อมอกขึ้นมาสบตา..
"แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนรักคนแรกของผม..แต่ผมสัญญา ว่าผมจะรักและมีคุณคนเดียวตลอดไป ให้ผมเป็นคนที่คอยดูแล ปกป้องคุณนะครับ ผมขอสาบานด้วยชีวิต ว่าจะไม่ทำให้คุณเสียใจ"
ร่างบางเพียงแต่ตอบรับเบาๆในลำคอ ก่อนที่ร่างสูงจะก้มหน้าลงมาประทับรอยจูบแห่งสัตย์สาบาน

จูบที่นุ่มนวล หวานซึ้ง ชวนให้เคลิ้บเคลิ้ม,,
แทนถ้อยคำสัญญา ว่าพวกเขาจะไม่มีวันพรากจากกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม..

ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ ที่สวยงามที่สุดในชีวิตของทั้งคู่

-----------------------------------------------

ไม่ว่าจะมีอุปสรรค หรือปัญหาเพียงใด

ขอเพียงมีกำลังใจ มีคนอยู่เคียงข้าง

เราก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า ฝ่าฟันกับปัญหานั้นไปได้แน่นอน

ePoNz 19/02/2007

อ่าอีกนิดนะๆ

พรุ่งนี้ทึกกี้จะไปทำงานไหวมั๊ย เดากันเอาเองนะฮ๊า~~

อ่านแล้วเป็นยังไงฝากเม้นนิดนะฮะ ^ ^

ร๊ากเอสเจ + พารัน มากมายยยยยยยยยยยยยยย

วู้วววววววววว

แต่งฟิคเสร็จ สบายใจ ลั้ลลา~~~~~~~~~~~

------------ edit zone ------------

แอบน้อยใจหว่ะ เลขคนเข้าบล๊อคมันก็เยอะนะ

แต่คอมเม้นท์ไม่มีเลย....

มันยังไงก็ไม่รู้เนอะ.....


edit @ 2007/02/24 10:17:00